วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
“ในหลวง”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุยเดชมหาราช หรือ “ในหลวง” อันเป็นที่รักของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่านั่นเอง พระองค์ท่านได้ทรงรักษา และ ฟื้นฟูประเทศชาติเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านการติดต่อค้าขาย การสาธารณูปโภคต่างๆ ทรงคำนึงถึงความเป็นอยู่ราษฎรของพระองค์เป็นหลัก ทรงปกครองไพร่ฟ้าให้มีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อย หนทางจะลำบากยากแค้นสักเพียงไร พระบารมีของพระองค์ก็สามารถแผ่ไปยังเหล่าพสกนิกรที่เดือดร้อนเหล่านั้นได้ โครงการตามพระราชดำริต่างๆที่ได้ทรงริเริ่มไว้ ก็มีประโยชน์ต่อประเทศอย่างมหาศาล พระกรุณาธิคุณ อันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
พระมหากษัตริย์ไทย
พระมหากษัตริย์ไทยได้ทรงรวมรวม ปกป้อง รักษา และ ฟื้นฟูประเทศชาติเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านการติดต่อค้าขาย การสาธารณูปโภคต่างๆ ตลอดจนการป้องกันการรุกรานจากนานาประเทศ ทรงคำนึงถึงความเป็นอยู่ราษฎรของพระองค์เป็นหลัก ทรงปกครองไพร่ฟ้าให้มีความร่มเย็นเป็นสุขเสมอมา พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์นั้นก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุยเดชมหาราช หรือ “ในหลวง” อันเป็นที่รักของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่านั่นเอง ท่านได้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนาประเทศ เช่น ริเริ่มโครงการต่างๆ อาทิ โครงการแก้มลิง เพื่อป้องกันน้ำท่วม โครงการหญ้าแฝกป้องกันการชะล้างหน้าดิน โครงการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่แห้งแล้งต่างๆ การเยี่ยมเยียนราษฎรที่เดือดร้อน ทรงมีพระราชดำรัสต่างๆที่ทรงให้ข้อคิดแก่ประชาชนเพื่อนำไปใช้ในชีวิต เป็นต้น ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นพสกนิกรของพระองค์คนหนึ่ง ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระองค์และน้อมนำเอาพระราชดำรัสไปประพฤติปฏิบัติต่อ ไปให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคต
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาเป็นเวลายาวนานกว่า 60 ปี ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ มีพระอัจฉริยภาพสูงในการทรงงาน ทรงเป็นนักวิชาการที่ทรงถึงพร้อมด้วยความรู้ศาสตร์ต่างๆ ทรงเป็นนักคิด ทรงมีทักษะในการวิเคราะห์ ทรงคิดได้อย่างแหลมลึก มองเห็นถึงปัญหาที่ซ่อนเร้นได้ ทรงเป็นนักบริหารที่ทุ่มเททางานเพื่อประชาชน ทรงเป็นนักปฏิบัติที่เข้าใจชัดเจนในวิธีการและเทคนิคที่ใช้ทรงงาน จนเกิดเป็นโครงการส่วนพระองค์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรของพระองค์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงร่วมแก้ไขปัญหาด้านต่างๆทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ
พระมหากรุณาธิคุณ
นับตั้งแต่การเสด็จพระราชดาเนินเยือนต่างประเทศ เพื่อสร้างสัมพันธไมตรี และให้ทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทย และเสด็จนิวัตสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2510 แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้เสด็จพระราชดาเนินเยือนต่างประเทศอีกเลย มีเพียงการเสด็จพระราชดาเนิน ทรงเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ได้เสด็จพระราชดาเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8 – 9 มีนาคม 2537 เป็นเวลา 2 วัน เท่านั้น นับเป็นการเสด็จออกนอกพระราชอาณาจักรอีกครั้งในรอบ 30 ปี จากวันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงอยู่กับพสกนิกรของพระองค์ ตามพระราชปณิธาน ที่ว่า
“ที่ของข้าพเจ้าคือ การได้อยู่ท่ามกลางประชาชน”

พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มีหลักการที่มั่นคงต่อพสกนิกรและประเทศชาติด้วยการทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง เช่น “การให้” “การเสียสละ” “การขาดทุน ... อันมีผลเป็นกาไรพร้อมทั้งพระราชทานแนวปรัชญา ความพอเพียง “ประหยัดคือประโยชน์” แนวคิดและทฤษฎีที่ทรงคิดพิจารณาอย่างถ่องแท้และได้พระราชทานให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานนั้น จะเป็นประโยคง่ายๆแต่ผ่านการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี เป็นข้อความง่ายๆที่มีความหมายลึกซึ้ง และบางครั้งยังบอกวิธีการไว้ด้วยอย่างเบ็ดเสร็จในตัวเอง เช่น หลักของ “น้าดีไล่น้าเสีย”
“4 น้า 3 รส” “แกล้งดิน” “ป่าสามอย่าง ประโยชน์สี่อย่าง” “ปลูกป่าแบบไม่ปลูก” “ขาดทุนเป็นกาไร” “ทฤษฎีใหม่” “โครงการแก้มลิง” “เส้นทางเกลือ” ฯลฯ
พระมหากรุณาธิคุณ
ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน ฝายที่สร้าง ไม่ต้องทำให้ดี ใช้หิน ไม้ มาทำง่ายๆ ตามภูมิปัญญาของชาวบ้าน ฝายในมุมมองของนักชลประทานต้องเก็บน้ำให้อยู่ ถ้าฝายไหนเก็บไม่อยู่ถือว่าไม่ใช่ฝาย แต่พระองค์ท่านต้องการให้ทะลวงฝายให้น้ำไหลออกมา อยากให้น้ำขังอยู่ในป่านานขึ้นเพื่อช่วยต้นไม้ที่ดูเหมือนตาย กลับมามีชีวิต หรือเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ใต้ดินมีโอกาสงอกขึ้นมาได้ด้วยความชุ่มชื้นที่เพิ่มขึ้น ห้วยห้องไคร้เป็นป่าธรรมชาติที่แท้จริง ไม่ต้องมีระเบียบ ใช้เวลา 7 ปี ป่ากลับคืนมาได้ดังเดิม
รูปแบบและลักษณะฝายนั้น ได้พระราชทานพระราชดำรัสว่า “ให้พิจารณาดำเนินการสร้างฝายราคาประหยัด โดยใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น เช่น แบบหินทิ้งคลุมด้วยตาข่ายปิดกั้นร่องน้ำกับลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพื่อใช้เก็บกักน้ำและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่กักเก็บไว้จะซึมเข้าไปในดินทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้าง ต่อไปจะสามารถปลูกพันธุ์ไม้ ป้องกันไฟ พันธุ์ไม้โตเร็วและพันธุ์ไม้ไม่ทิ้งใบ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีสภาพเขียวชอุ่มขึ้นเป็นลำดับ ”
“..สำหรับต้นน้ำไม้ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณสองข้างลำห้วย จำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะจะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ ส่วนตามร่องน้ำและบริเวณที่น้ำซับก็ควรสร้างฝายขนาดเล็กกั้นน้ำไว้ในลักษณะฝายชุ่มชื้น แม้จะมีจำนวนน้อยก็ตามสำหรับแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมาก จึงสร้างฝายเพื่อผันน้ำลงมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก..”
“..สำหรับต้นน้ำไม้ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณสองข้างลำห้วย จำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะจะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ ส่วนตามร่องน้ำและบริเวณที่น้ำซับก็ควรสร้างฝายขนาดเล็กกั้นน้ำไว้ในลักษณะฝายชุ่มชื้น แม้จะมีจำนวนน้อยก็ตามสำหรับแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมาก จึงสร้างฝายเพื่อผันน้ำลงมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก..”
"การแสดงความจงรักภักดีด้วยวิธีการใดๆ ก็อาจจะไร้ค่า ไร้ซึ่งความหมาย หากมิได้ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริและดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


